Archive for the ‘ความรู้ทั่วไป’ Category

กินผลไม้อย่างไรให้ได้ประโยชน์

กินผลไม้อย่างไรให้ได้ประโยชน์

ผลไม้เป็นสิ่งจำเป็นที่คนเราควรรับประทาน เพราะในผลไม้มีกากใยอาหาร และวิตามิน เกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่จะกินอย่างไรให้ร่างกายของเราได้รับประโยชน์มากที่สุดอันนี้น่าคิดนะคะ

ซึ่งผลไม้ควรกินในขณะท้องว่าง ไม่ใช่เป็นของหวาน หลังอาหารอย่างที่เราทำกันประจำ ถ้าคุณกินผลไม้ในท้องว่าง มันจะสามารถช่วยเราในการล้างพิษจากร่างกาย ให้พลังงานสำหรับช่วงลดน้ำหนักและกิจกรรมอื่นในชีวิตประจำวัน ที่แนะนำให้ทานในช่วยที่ท้องว่างเพราะผลไม้ย่อยได้ง่ายและรวดเร็ว หากเราทานหลังอาหารผลไม้ที่ย่อยแล้วร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ทันทีเพราะมีอาหารชนิดอื่นขวางทางอยู่นั่นเองค่ะ

ไข่ลวก ช่วยแก้ปัญหาคนท้องผูก

ไข่ลวก ช่วยแก้ปัญหาคนท้องผูก

สำหรับใครหลายคนที่กำลังประสบกับปัญหาท้องผูกเป็นประจำ ทำอย่างไรก็ไม่หาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่ ถ้าขืนเรายังท้องผูกประจำ เพราะอาจส่งผลให้ลำไส้เรามีปัญหา อีกทั้งยังทำให้เราเป็นริดสีดวงได้ ดังนั้น ทางที่ดีเราควรหาทางแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เป็นประจำก็คือทานไข่ลวกเป็นประจำทุกเช้า

เนื่องจากการทานไข่ลวกเป็นประจำทุกเช้า และต้องทานในขณะที่ท้องยังว่าง จะช่วยให้ระบบการขับถ่ายของเราทำงานดีขึ้น นอกจากนั้นการทานไข่ลวกนั้นจะต้องเป็นไข่ที่ต้มในน้ำเดือด และต้องต้มแค่ 2-3 นาทีเท่านั้น สำหรับใครคนไหนที่ท้องผูกอยู่บ่อยครั้ง แนะนำทานไข่ลวกวันละ 1-2 ฟอง ซึ่งจะช่วยให้อาการท้องผูกของเราดีขึ้น ขับถ่ายได้สบายๆ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไป

สาเหตุที่ไข่ลวกสามารถช่วยให้เราขับถ่ายได้ดีขึ้น ก็อาจเป็นเพราะภายในไข่จะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่ง ที่จะเข้าไปช่วยให้ลำไส้ใหญ่ทำงาน และช่วยหล่อลื่นกากอาหารให้เคลื่อนตัวไปสู่ทวารหนักได้สะดวกและเร็วขึ้นค่ะ

เห็นอย่างนี้กันแล้วคนท้องผูก อย่าลืมทานไข่ลวกกนบ้างนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ

กะเพราช่วยลดน้ำตาลและไขมัน

หากพูดถึงสมุนไพรไทยๆ อย่างใบกะเพรา หลายๆ คนนึกไปถึงข้าวผัดกะเพราะหอมอร่อยกันใช่หรือไม่คะ แต่ทราบหรือไม่ว่าเจ้าใบกะเพราะใบเล็กๆ มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากเลยทีเดียว เช่น ใบสดของกะเพราะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ ซึ่งประกอบด้วย linaloo และ methl chavicol เป็นยาแก้ขับลม ท้องเฟ้อ ปวดท้อง บำรุงธาตุ ขับผายลม หากเรานำใบมาคั้นเอาน้ำ น้ำที่ได้มานั้นสามารถนำมาดื่มช่วยขับเสมหะ ขับเหงื่อ หรือใช้ทาภายนอกแก้โรค ผิวหนัง กลาก เกลื้อนได้ด้วยนะคะ

นอกจากนี้เม็ดกะเพรา เมื่อนำไปแช่น้ำเมล็ดก็จะพองตัวเป็นเมือกขาว ให้ใช้พอกในบริเวณตา เมื่อตามีผงหรือฝุ่นละอองเข้า ผงหรือฝุ่นละออง จะออกมาซึ่งจะไม่ทำให้ตาของเราช้ำ ในขณะเดียวกัน รากกะเพราะ ใช้รากที่แห้งแล้วชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม แก้โรคธาตุพิการ ทั้งนี้มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่ากะเพราะ มีฤทธิ์ในการลดน้ำตาลในเลือด และลดไขมันได้อีกด้วยค่ะ

อบเชยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

อบเชย
อบเชยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

นักวิชาการด้านสมุนไพรในประเทศเยอรมนีได้ออกมาสนับสนุนสรรพคุณทางยาที่น่าทึ่งของอบเชย ซึ่งสามารถช่วยเยียวยารักษาภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงของผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบที่ต้องพึ่งอินซูลินได้อย่างเห็นผลชัดเจน

ล่าสุดได้มีการสกัดสารสำคัญจากอบเชยออกมาบรรจุในรูปของแคปซูล เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานกินได้ง่ายๆ โดยกินวันละ 3 เม็ด เทียบเท่ากับอบเชยป่น 1.5 ช้อนชา ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการไปช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของเซลล์ซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลินให้เพิ่มสูงขึ้น และสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

กล้วยตอนเช้า คุณประโยชน์เต็มเปี่ยม

กล้วย

All about BANANAS กล้วยตอนเช้า คุณประโยชน์เต็มเปี่ยม (Mix)

หลายคนมองหาวิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลอย่างจริงจัง บ้างอดข้าว อดน้ำ ไม่กินอะไรสักอย่างเพื่อให้น้ำหนักลดลง บ้างก็เลือกกินแต่ผลไม้อย่างเดียว บ้างก็ไปหาหมอเพื่อกินยาหวังให้ส่วนเกินลดลงไปหายไป บ้างก็กินยาถ่ายเพื่อหวังให้ตัวเบาขึ้นกว่าเดิม บ้างก็ใช้วิธีอื่น ๆ ที่ได้รับการบอกต่อกันมา

วิธีเหล่านี้อาจจะมีผลดีบ้างในช่วงแรก ๆ แต่หลังจากผ่านเวลาไปสักพักแล้วก็จะพบว่าไม่เป็นผล ไม่มีทางที่ใครจะกินผลไม้อย่างเดียวไปตลอดชีวิต หรือไม่กินอะไรเลยทั้งวันต่อเนื่องกันยาวนาน หรือาจใช้การกินยาถ่ายบ่อย ๆ เมื่อผ่านเวลาไปนาน ๆ เข้า ลำไส้ก็จะเริ่มทำงานผิดปกติ คราวนี้ยาถ่ายก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป แถมยังส่งผลร้ายให้เป็นคนขับถ่ายได้ยากกว่าเดิม บางคนส่งผลถึงกับกลายเป็นคนถ่ายไม่ออกเป็นเดือน ๆ ก็มี แล้วถ้าเช่นนั้นจะใช้วิธีไหนดีน้ำหนักถึงจะลดลงได้

วิธีหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นก็คือ การกินกล้วยมื้อเช้า หลายคนอาจทำหน้างงว่าทำไมต้องเป็นกล้วยมื้อเช้า เป็นแอปเปิล มะละกอ แตงโม ระกำ บ้างได้ไหม ก็ขอแนะนำตรงนี้เลยว่า กล้วยนับเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดชนิดหนึ่ง ในกล้วยนั้นจะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ที่ช่วยในการเร่งเผาผลาญ น้ำตาลและไขมัน ทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายการจากเหนื่อยล้า อีกยังมีโปแตสเซียมช่วยในการขับโซเดียม อันเป็นหนึ่งในตัวการที่จะทำให้ความดันเลือดสูงออกทางปัสสาวะ และส่งผลให้ลดการบวมของร่างกายได้

แมกนีเซียมในกล้วยยังช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียมในร่างกาย เส้นใยที่มีอยู่ในกล้วย จะส่งผลให้ระบบการขับถ่ายในแต่ละวันของร่างกายเราดีขึ้น กล้วยยังมีเซโรเทนินที่ช่วยลดอาการหงุดหงิด และทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย

กล้วยยังมีคุณประโยชน์อีกหลากหลายชนิด ทั้งไฟโตเคมิคัลที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันมะเร็ง มีเอนไซม์ช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักลดลง ในกล้วยดิบยังมีฤทธิ์ในการขับพิษสูง และหากกล้วยสุก ก็ทำให้ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นกว่าปกติอีกด้วย

ทั้งหมดเป็นประโยชน์ที่ได้รับจาการกินกล้วยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งกินตอนไหนก็ได้ แต่หากเราเฉพาะเจาะจงให้การกินกล้วยได้ผลสูงสุดต้องเป็นตอนเช้าครับ ทั้งหมดก็เพื่อจำกัดการทำงานของกระเพาะและลำไส้ให้น้อยที่สุด และจะทำให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูสภาพอย่างเต็มที่ การกินกล้วยตอนเช้านั้นจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำที่พอดี การไหลเวียนของของเหลวในร่างกายก็จะดีขึ้น และหากอยากให้ได้ผลอย่างจริงจัง ก็ต้องกินเฉพาะกล้วยกับน้ำเปล่าเท่านั้น รวมทั้งต้องนอนก่อนเที่ยงคืนอีกด้วย และถ้าเกิดหิวขึ้นกลางดึกก็ควรจะกินผลไม้เท่านั้น

กล้วย

ในยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ช่วงเวลาตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบที่สุด บางคนถึงกับไม่กินอาหารเช้ากันเลย หรือไม่ก็เลือกกินเพียงแค่กาแฟกับขนมปังเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากลองเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบ มากินกล้วยตอนเช้าก็น่าจะสะดวกง่ายดาย แถมกล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีเอนไซม์เยอะ ทำให้เมื่อกล้วยเคลื่อนที่เข้าไปสู่กระเพาะ การย่อยก็ไม่จำเป็น กล้วยจึงเคลื่อนที่สูู่ลำไส้ และเริ่มดูดซึมไปใช้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

การกินกล้วยมื้อเช้ายังมีส่วนช่วยทำให้อาการท้องผูกหายไป และส่งผลให้อุจจาระที่ตกค้างอยู่ในร่างกายค่อย ๆ ลดลงอีกด้วย บางคนที่มีน้ำหนักเกินนั้น ไม่ได้เพียงเพราะมีไขมันล้นเกินเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เนื่องจากมีของเสียสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไปต่างหาก (บางคนมีอุจจาระสะสมอยู่ในตัวตั้ง 10 กิโลกรัม) เพราะฉะนั้นหลังจากเริ่มกินกล้วยมื้อเช้าไปแล้ว ของเสียต่าง ๆ จะเริ่มค่อย ๆ ถูกขับออกมาจนน้ำหนักลดลง

การกินกล้วยมื้อเช้า เพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักนั้นอาจจะไม่ได้ผลในช่วงแรก ๆ ไม่ใช่ว่ากินเพียงแค่วันสองวัน แล้วจะได้ผลเลยทันที แต่ต้องทำต่อเนื่องติดต่อกินสักระยะ และหากอยากลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ลองจดทุกอย่างที่กินเข้าไปในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน การจดจะช่วยทำให้คุณได้เข้าใจมากขึ้นว่า ในแต่ละวันคุณกินอะไรเข้าไปบ้าง

การกินกล้วยมื้อเช้านั้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องอด ไม่ต้องทน ไม่เปลืองเวลา และไม่เปลืองเงิน เพราะในระหว่างวันนั้นคุณอยากกินอะไรอยากทำอะไรก็ทำได้ (ยกเว้นเงื่อนไขตามที่บอกไปตอนต้น) แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าได้ผลจริงหรือไม่ ลองดูครับ พรุ่งนี้กินกล้วยตอนเช้าดูสิครับ

ไม้มงคลหายากตามทิศทั้ง 8

 

ทิศเหนือ :
มะเดื่ออุทุมพร – เป็นไม้ต้นสูงได้ถึง 20 เมตร มีผลขึ้นตามลำต้น ผลกลมขนาด 2.5-4 เซนติเมตร มีรสฝาด ทานกับอาหารได้ทุกประเภท มีทรงพุ่มขนาดใหญ่ ควรปลูกในพื้นที่กว้าง ใบมัน ผลสุกสีแดง รสหวานกับฝาด เป็นไม้มงคลของชาวฮินดู ป้องกันภัยได้
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ :
มะตูม – เป็นไม้ต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ยอดมะตูมใช้สำหรับพิธีมงคลต่างๆ โดยยอดอ่อนกลิ่นหอมช่วยทำให้เจริญอาหาร ส่วนของใบนำมาทัดหูแก่คู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงานพระราชทานเพื่อความเป็นมงคล ผลจะออกช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เท่านั้น สามารถนำมาทำมะตูมเชื่อม ชงน้ำดื่มหรือฝานตากแห้งได้
ทิศตะวันออก :
ไผ่สีสุก – เป็นไผ่ที่ชอบขึ้นตามที่ราบ กอใหญ่ ลำต้นยาว สูงประมาณ 20-25 เมตร ใช้หน่อเป็นอาหาร เป็นไผ่ที่มีลำหนา แข็งแรง มีหนามตามลำต้น ใช้ในงานจักสาน ด้วยชื่อที่เป็นมงคล เชื่อว่าปลูกแล้วสร้างมงคลในบ้าน ทำให้ผู้อยู่สุขสบาย
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ :
สารภี – เป็นไม้ต้นสูง ดอกใช้บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง ปลูกตามชายทะเลได้เพราะ ทนเค็มได้ดี ต้นสูงใหญ่ มีดอกกลีบขาวเกสรเหลือง เชื่อว่าเป็นการเสริมมงคลผู้อยู่อาศัย ได้รับการสรรเสริญ
ทิศใต้ :
มะพลับ – เป็นไม้ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง 8-15 เมตร ออกดอกระหว่าง ก.พ.-พ.ค. ผลออกช่วง พ.ค.-ธ.ค. ผลมีรสหวานปนฝาด ทรงพุ่มรูปกรวย ให้ร่มเงาได้ มีความเชื่อว่า ปลูกแล้วร่ำรวย มีฐานะดี อายุยืน
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ :
ราชพฤกษ์ – เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของประเทศไทย เป็นไม้เหนือไม้ทั้งหลาย เชื่อว่าปลูกแล้วเป็นสิริมงคล เพราะใช้เป็นยาสมุนไพรและใช้ในพิธีกรรมที่น่าสนใจ ยอดกินได้ มีสรรพคุณเป็นยาระบาย
ทิศตะวันตก :
กุ่มบก – เป็นไม้ขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร มักขึ้นใกล้แหล่งน้ำ ทรงพุ่มโปร่ง ใบอ่อนและยอดอ่อนใช้ทำอาหารได้ และทุกๆส่วนของต้นกุ่มบกยังมีสรรพคุณ เป็นสมุนไพรอีกด้วย ผลมีสีเหลืองถึงน้ำตาล / กุ่มน้ำ – เป็นไม้ต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ยอดอ่อนนำมาลวก กินกับอาหารรสจัดต่างๆให้แคลเซียมและใยอาหารสูง มีผลสีเทา
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ :
มะพูด – เป็นไม้ต้นขนาดกลาง ใบใหญ่ ผลดกออกตามกิ่ง รสเปรี้ยวอมหวาน ใช้รับประทานได้ เชื่อว่าปลูกแล้วทำให้คนในบ้านช่างพูด ช่างเจรจา

 

ไขความลับศาสตร์”ฝังเข็ม”จีนโบราณ ช่วยปลดปล่อยสารแก้ปวด

ศาสตร์การ “ฝังเข็ม” เป็นทางเลือกในการรักษาโรคที่มีมายาวนานหลายพันปี เป็นสมบัติของชนชาติจีนที่คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกและได้รับความนิยมอย่างสูง ไปทั่วโลก เพราะให้ผลการรักษาน่าพอใจ โดยเฉพาะหลังจากที่องค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ ประกาศรับรองผลการรักษาด้วยการฝังเข็มที่รักษาได้มากกว่า 20 โรค ในปีพ.ศ.2522 แต่คนจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่าทำได้อย่างไร

ดิสคัฟ เวอรี่นิวส์รายงานว่า ไมเคน เนเดอร์การ์ด นักประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ นครนิวยอร์ก สหรัฐ พยายามหาคำตอบดังกล่าวโดยทดสอบฝังเข็มให้หนูทดลองและพบว่า การฝังเข็มช่วยปลดปล่อยสารเคมี ที่ชื่อว่า “อะดีโนซีน” (adenosine) ออกมา ซึ่งยังไม่เคยมีนักวิทยาศาสตร์คนใดค้นพบ ทั้งนี้ อะดีโนซีนมีคุณสมบัติช่วยเรื่องการอักเสบ การนอนหลับ และหัวใจ และทำหน้าที่เหมือนยาแก้ปวดตามธรรมชาติ

“ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ โลกตะวันตกน่าจะสนใจอย่างจริงจัง ผู้ป่วยหลายคนต้องทนเจ็บปวดโดยไม่จำเป็น ผมคิดว่าวิธีฝังเข็มน่าจะช่วยได้มาก” ไมเคน ระบุ

การรักษาอาการปวด ด้วยวิธีฝังเข็ม ทำได้โดยฝังเข็มเล่มเล็กในตำแหน่งฝังเข็มต่างๆ ของร่างกาย ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที จากนั้นจะมีการหมุนเข็มเป็นระยะ และมีการใช้คลื่นไฟฟ้าความถี่ต่ำ หรือความร้อนร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ริชาร์ด แฮร์ริส และแอนน์ อาร์เบอร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน รัฐมิชิแกน สหรัฐ ซึ่งศึกษาเรื่องการฝังเข็มเช่นกัน ชี้ว่า งานวิจัยของไมเคนให้ผลชัดเจนว่าการฝังเข็มเชื่อมโยงกับสารบรรเทาปวดแต่เป็น ผลทดลองในสัตว์ ส่วนงานวิจัยในคนให้ผลที่สับสนกว่านั้นมาก เช่น การทดลองครั้งใหญ่หลายครั้ง การฝังเข็มเทียมให้ผลดีพอๆ หรือบางครั้งดีกว่าการฝังเข็มจริงๆ